>> ดูข้อตกลงทางกฎหมายทั้งหมด

ข้อตกลงบัตรเครดิตและบัตรเดบิตขั้นสูงของ PayPal (ก่อนหน้านี้เรียกว่าข้อตกลงโซลูชันและ Virtual Terminal ที่โฮสต์โดย PayPal Website Payments Pro)

ปรับปรุงครั้งล่าสุด: 31 ตุลาคม 2020

 

 

เกี่ยวกับข้อตกลงฉบับนี้

ข้อตกลงบัตรเครดิตและบัตรเดบิตขั้นสูงนี้ (ก่อนหน้านี้เรียกว่าข้อตกลง PayPal Website Payments Pro – โซลูชัน/Virtual Terminal ที่โฮสต์) ("ข้อตกลงของบัตร") เป็นสัญญาระหว่างคุณ (นอกจากนี้ยังเรียกว่า "ผู้ค้า") และ PayPal Pte. Ltd. ("PayPal", "เรา", "พวกเรา" หรือ "ของเรา" ตามความเหมาะสมของบริบท) คุณยอมรับว่าการใช้งานผลิตภัณฑ์ใดๆ (ตามที่ระบุไว้ด้านล่าง) ที่เราเสนอให้คุณจะถือเป็นการยอมรับข้อตกลงของบัตรนี้ และเราขอแนะนำให้คุณจัดเก็บหรือสั่งพิมพ์สำเนาข้อตกลงของบัตรนี้

ข้อตกลงของบัตรนี้มีผลกับการใช้ผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้ ("ผลิตภัณฑ์") ถ้าต้องการดำเนินการขอรับผลิตภัณฑ์อย่างน้อยหนึ่งรายการด้านล่าง คุณต้องอ่าน ตกลง และยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งหมดที่มีอยู่ในข้อตกลงของบัตรนี้

ผลิตภัณฑ์มีดังนี้:

  1. การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตขั้นสูง (ก่อนหน้านี้เรียกว่า PayPal Website Payments Pro (โซลูชันที่โฮสต์)): ฟังก์ชันสำหรับการทำรายการผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต โดยจะมีการป้อนรายละเอียดบัตรทางออนไลน์โดยผู้ถือบัตร ซึ่งรวมอยู่ในขั้นตอนการชำระเงินของเว็บไซต์ของคุณตามข้อ 1 ของข้อตกลงของบัตรนี้ ด้วยการโฮสต์บนเซิร์ฟเวอร์ของ PayPal ทั้งหมด (และไม่ใช่บนเว็บไซต์ของคุณ)
  2. ช่องที่กำหนดเองสำหรับรายละเอียดบัตร: ชุดฟังก์ชันการทำงานที่ประกอบด้วย API ของช่องที่กำหนดเองสำหรับรายละเอียดบัตร ซึ่งเป็นบริการมาตรฐาน และการป้องกันการฉ้อโกงของช่องที่กำหนดเองสำหรับรายละเอียดบัตร ซึ่งเป็นบริการเสริมเพิ่มเติม นอกจากนี้ เรายังอาจเสนอฟังก์ชันการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตขั้นสูงอื่นๆ ให้คุณเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของช่องที่กำหนดเองสำหรับรายละเอียดบัตร และ
  3. Virtual Terminal: ฟังก์ชันที่จัดไว้ให้โดย PayPal เพื่อช่วยให้คุณสามารถรับการชำระเงินด้วยบัตรโดยการป้อนข้อมูลบัตรที่ผู้ถือบัตรมอบให้คุณด้วยตนเอง

ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทข้างต้นประกอบด้วย API ของบริการชำระเงินด้วยบัตรออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งอย่าง ได้แก่

  1. API การชำระเงินจากบัตรโดยตรง - ฟังก์ชันการทำรายการผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ซึ่งจะมีการป้อนรายละเอียดบัตรทางออนไลน์โดยผู้ถือบัตร
  2. API ช่องที่กำหนดเองสำหรับรายละเอียดบัตร - ฟังก์ชันการทำรายการผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ซึ่งจะมีการป้อนรายละเอียดบัตรออนไลน์โดยผู้ถือบัตร ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับ API การชำระเงินจากบัตรโดยตรง
  3. Virtual Terminal - ฟังก์ชันที่จัดไว้ให้โดย PayPal เพื่อช่วยให้คุณสามารถรับการชำระเงินด้วยบัตรโดยการป้อนข้อมูลบัตรที่ผู้ถือบัตรมอบให้คุณด้วยตนเอง

เราอาจทำการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงของบัตรนี้โดยการแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยประกาศข้อตกลงของบัตรนี้ที่ได้รับการแก้ไขแล้วในเว็บไซต์ PayPal โดยจะถือว่าคุณยอมรับการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่คุณได้รับการแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ เราจะแจ้งให้คุณทราบล่วงหน้า 14 วันถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ โดยที่การเปลี่ยนแปลงจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นระยะเวลาแจ้งให้ทราบ 14 วันไปแล้ว ระยะเวลาแจ้งให้ทราบ 14 วันจะไม่มีผลบังคับใช้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มบริการใหม่ ฟังก์ชันเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่เราเชื่อตามความเห็นที่สมเหตุสมผลของเราว่าจะไม่เป็นการลดหรือเพิ่มความรับผิดชอบของคุณ ในกรณีดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องแจ้งให้คุณทราบและจะมีผลบังคับใช้ทันทีในเวลาที่เราโพสต์ลงบนเว็บไซต์ของเรา

ถ้าคุณไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในข้อตกลงของบัตรนี้ คุณสามารถยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้ได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 7 ถ้าคุณไม่คัดค้านการเปลี่ยนแปลงโดยการปิดบัญชี PayPal ของคุณภายในระยะเวลาที่แจ้งให้ทราบ 14 วัน จะถือว่าคุณยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว แม้คุณจะสามารถปิดบัญชี PayPal ของคุณได้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โปรดทราบว่าคุณอาจยังคงต้องรับผิดชอบต่อเราหลังจากที่คุณยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้สำหรับหนี้สินใดๆ ที่คุณอาจสร้างขึ้นและต้องรับผิดชอบก่อนที่จะยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้ และโปรดทราบเพิ่มเติมถึงสิทธิ์ของเราภายใต้สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการ

คำที่เป็นตัวหนามีคำนิยามระบุไว้ด้านล่าง โปรดดู ดาวน์โหลด และบันทึกข้อตกลงของบัตรนี้

 

ข้ามไปที่หัวข้อ:

1. การตั้งค่าและการเปิดใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณ

2. ค่าธรรมเนียม

3. ความปลอดภัยของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูล การโอนย้ายข้อมูล

4. สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการและวิธีที่เอกสารทางกฎหมายของเรามีผลบังคับใช้

5. ใบอนุญาตซอฟต์แวร์

6. ข้อกำหนดของธนาคารสำหรับการทำรายการผ่านบัตร

7. การยกเลิกและการระงับ

8. การป้องกันการฉ้อโกง

9. เบ็ดเตล็ด

10. คำจำกัดความ

11. ภาคผนวก 1 – ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูล

12. ภาคผนวก 2 – ข้อตกลงของบัตร

13. ภาคผนวก 3 – ข้อกำหนดในการป้องกันการฉ้อโกง

 

1. การตั้งค่าและการเปิดใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณ

  1. การเริ่มต้นใช้งาน ในการขอรับและใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง คุณจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้:
    1. ทำกระบวนการสมัครออนไลน์ให้เสร็จสมบูรณ์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เปิดบัญชีธุรกิจของ PayPal (ถ้ายังไม่มี) และทำตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในขั้นตอนออนไลน์ของ PayPal เพื่อเข้าถึงและใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณ
    2. เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเข้ากับขั้นตอนการชำระเงินในเว็บไซต์ของคุณ ถ้าผลิตภัณฑ์ของคุณคือการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตขั้นสูงหรือช่องที่กำหนดเองสำหรับรายละเอียดบัตร คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้ากับขั้นตอนการชำระเงินในเว็บไซต์ของคุณถ้าคุณเข้าถึงและใช้ Virtual Terminal เท่านั้น PayPal จะไม่รับผิดชอบต่อปัญหาใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการรวมผลิตภัณฑ์ของคุณในเว็บไซต์ 'ไลฟ์ ' ของคุณ คุณเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการเลือก การตั้งค่า การรวม และการปรับแต่งผลิตภัณฑ์ของคุณและการทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับความต้องการของคุณ
    3. เปิดใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณโดยใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำรายการชำระเงินแบบ 'สด' เป็นครั้งแรก
  2. ความเสมอเหมือนกันของวิธีการชำระเงินแบบต่างๆ ในการแสดงตัวเลือกการชำระเงินบนเว็บไซต์ของคุณ คุณต้องแสดงโลโก้ของ PayPal และสถาบันการเงินผู้ออกบัตรโดยให้แต่ละแบบมีขนาดและความโดดเด่นเท่ากันกับขนาดและความโดดเด่นของวิธีการชำระเงินอื่นๆ คุณต้องไม่แสดงความชื่นชอบวิธีการชำระเงินอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่าอีกวิธีหนึ่ง ในการใช้โลโก้และปุ่มของ PayPal คุณยังตกลงที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานการใช้โลโก้ซึ่งอยู่ที่: https://www.paypal.com/sg/cgi-bin/webscr?cmd=xpt/Marketing/general/OnlineLogoCenter-outside หรือตามที่ได้รับการอัปเดตเป็นครั้งคราว
  3. การอนุมัติรายงานเครดิต คุณตกลงที่จะอนุญาตให้ PayPal ขอรับประวัติข้อมูลเครดิตและข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของคุณภายใต้ข้อตกลงของบัตรนี้จากบุคคลภายนอกในลักษณะที่ระบุไว้ใน นโยบายความเป็นส่วนตัวของ PayPal โดย PayPal จะตรวจสอบเครดิตและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของบัญชี PayPal ของคุณ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการตีคืนการชำระเงินและการปฏิเสธชำระเงิน ข้อร้องเรียนของลูกค้า ข้อเรียกร้อง) อย่างต่อเนื่อง PayPal จะจัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับตาม นโยบายความเป็นส่วนตัวของ PayPal
  4. การยกเลิก PayPal อาจยกเลิกการเข้าถึงและ/หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ และ/หรือยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้ได้ตลอดเวลาก่อนวันที่เปิดใช้งานโดยการแจ้งให้คุณทราบ

 

2. ค่าธรรมเนียม

เพื่อให้ PayPal ให้บริการผลิตภัณฑ์แก่คุณ คุณตกลงที่จะชำระเงินค่าธรรมเนียมในจำนวนเงินและตามรูปแบบที่ตกลงไว้กับ PayPal ในระหว่างขั้นตอนการสมัคร

 

3. ความปลอดภัยของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูล การโอนย้ายข้อมูล

  1. การปฏิบัติตามภาคผนวกการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล คุณตกลงที่จะปฏิบัติตามภาคผนวก 1 ด้านล่างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงของบัตรนี้
  2. ราคาและสกุลเงิน คุณต้องไม่ส่งการทำรายการชำระเงินซึ่งจำนวนเงินที่ได้รับคือผลลัพธ์ของการแปลงสกุลเงินแบบไดนามิก ซึ่งหมายความว่าคุณต้องไม่แสดงรายการสินค้าในสกุลเงินหนึ่งแล้วยอมรับการชำระเงินในอีกสกุลเงินหนึ่ง ถ้าคุณยอมรับการชำระเงินในสกุลเงินมากกว่าหนึ่งสกุลเงิน คุณจะต้องแสดงรายการราคาสำหรับแต่ละสกุลเงินแยกกัน
  3. การปฏิบัติตามบทต่อท้ายการคุ้มครองข้อมูล คุณ (ในฐานะผู้ค้า) และเราตกลงที่จะปฏิบัติตามบทต่อท้ายการคุ้มครองข้อมูลที่อยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงของบัตรนี้ ข้อกำหนดของภาคผนวกการคุ้มครองข้อมูลมีผลเหนือข้อกำหนดใดๆ ที่ขัดแย้งกันในข้อตกลงของบัตรนี้ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัว
  4. การโอนย้ายข้อมูล เมื่อมีการยกเลิกหรือข้อตกลงของบัตรนี้หมดอายุ PayPal ตกลงที่จะจัดส่งข้อมูลบัตรเครดิตที่มีอยู่ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าของผู้ค้า ("ข้อมูลบัตร") ให้กับธนาคารที่ผู้ค้าใช้บริการหรือผู้ให้บริการชำระเงิน ("ผู้รับข้อมูล") รายใหม่ของผู้ค้า เมื่อมีการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ค้า ในการดำเนินการดังกล่าว ผู้ค้าจะต้องให้ข้อมูลทั้งหมดที่ขอแก่ PayPal รวมถึงหลักฐานว่าผู้รับข้อมูลได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด PCI-DSS ของสถาบันการเงินผู้ออกบัตรและปฏิบัติตาม PCI ระดับ 1 PayPal ตกลงที่จะโอนข้อมูลบัตรไปยังผู้รับข้อมูลตราบใดที่ตรงตามเงื่อนไขต่อไปนี้: (ก) ผู้ค้าแสดงหลักฐานแก่ PayPal ว่าผู้รับข้อมูลได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด PCI-DSS ของสถาบันการเงินผู้ออกบัตร (ปฏิบัติตาม PCI ระดับ 1) โดยจัดส่งใบรับรองหรือรายงานการปฏิบัติตามข้อกำหนด PCI-DSS ของสถาบันการเงินผู้ออกบัตรจากผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและข้อมูลอื่นๆ ที่ PayPal ร้องขออย่างสมเหตุสมผล (ข) การโอนข้อมูลบัตรดังกล่าวสอดคล้องกับข้อกำหนด PCI-DSS ฉบับล่าสุดของสถาบันการเงินผู้ออกบัตร และ (ค) การโอนข้อมูลบัตรดังกล่าวได้รับอนุญาตภายใต้กฎของสถาบันการเงินผู้ออกบัตร รวมทั้งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับใดๆ ที่บังคับใช้ (รวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูล)

 

4. สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการและวิธีที่เอกสารทางกฎหมายของเรามีผลบังคับใช้

  1. สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการมีผลบังคับใช้ดังต่อไปนี้ ข้อกำหนดของสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการมีผลบังคับใช้กับคุณและนำมารวมไว้ในข้อตกลงของบัตรนี้โดยการอ้างอิง คำว่าบริการของ PayPal ในสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการจะรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีความไม่สอดคล้องกันระหว่างข้อตกลงของบัตรนี้กับสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการ ข้อตกลงของบัตรนี้จะแทนที่สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการ แต่เฉพาะในขอบเขตของความไม่สอดคล้องกันนั้นและที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น สามารถดูสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการได้จากลิงก์ในส่วนท้ายของหน้าเว็บ PayPal แทบทุกหน้า สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการมีข้อกำหนดสำคัญที่:
    1. อนุญาตให้ PayPal เรียกขอเงินสำรองเพื่อเป็นหลักประกันภาระหน้าที่ในการชำระการปฏิเสธชำระเงิน การตีคืนการชำระเงิน และค่าธรรมเนียมต่างๆ
    2. ผูกมัดให้คุณปฏิบัติตาม นโยบายการใช้บริการของ PayPal เมื่อคุณใช้ PayPal
    3. ให้ผลทางกฎหมายแก่ นโยบายความเป็นส่วนตัวของ PayPal ซึ่งควบคุมการใช้งานและการเปิดเผยข้อมูลของคุณและของลูกค้าร่วม และ
    4. อนุญาตให้ PayPal จำกัดการชำระเงินหรือบัญชี PayPal ของคุณในสถานการณ์ที่ระบุไว้ในสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการ
  2. การชำระเงินที่ไม่สำเร็จและเครื่องมือของผลิตภัณฑ์ คุณมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการปฏิเสธชำระเงิน การตีคืนการชำระเงิน และการชำระเงินอื่นๆ ที่เป็นโมฆะตามที่ระบุไว้ในสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการ โดยไม่คำนึงถึงวิธีที่คุณใช้และกำหนดค่าผลิตภัณฑ์ของคุณ รวมถึงเทคโนโลยีการกรองการฉ้อโกงและเครื่องมือป้องกันที่คล้ายคลึงกัน (ถ้ามี) หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันการฉ้อโกง เครื่องมือเหล่านั้นอาจมีประโยชน์ในการตรวจหาการฉ้อโกงและหลีกเลี่ยงความล้มเหลวในการชำระเงินแต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อความรับผิดชอบและความรับผิดของคุณที่เป็นไปตามสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการต่อการปฏิเสธชำระเงิน การตีคืนการชำระเงิน และการชำระเงินที่เป็นโมฆะ

 

5. ใบอนุญาตซอฟต์แวร์

  1. ใบอนุญาต PayPal มอบใบอนุญาตแบบไม่ผูกขาด ไม่สามารถโอนได้ สามารถเพิกถอนได้ ไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิช่วง และแบบจำกัดเพื่อ
    1. ใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณตามเอกสารที่เราจัดไว้ให้และตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ PayPal เป็นครั้งคราว และเพื่อ
    2. ใช้เอกสารที่ PayPal จัดไว้ให้สำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณและทำสำเนาเอกสารเหล่านั้นเพื่อใช้ภายในธุรกิจของคุณเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ของคุณตามที่ได้รับใบอนุญาต อาจมีการเปลี่ยนแปลงและจะมีการพัฒนาไปพร้อมกับส่วนที่เหลือของระบบ PayPal ดูข้อที่ 9(a) คุณต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการใช้งานและการดำเนินการที่มีอยู่ในเอกสารทั้งหมดของ PayPal และคำแนะนำที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ซึ่งออกให้โดย PayPal เป็นครั้งคราว (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อกำหนดในการใช้งานและการดำเนินการที่เรากำหนดให้กับคุณเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายผู้ให้บริการบัตรเครดิต)
  2. รหัสประจำตัว PayPal จะมอบรหัสระบุตัวตนที่เฉพาะเจาะจงให้คุณ รหัสนี้จะระบุตัวตนของคุณและตรวจสอบความถูกต้องของข้อความและคำแนะนำที่ส่งถึงเรา รวมทั้งคำแนะนำในการดำเนินการที่ส่งถึงอินเตอร์เฟซของซอฟต์แวร์ PayPal การใช้รหัสเหล่านั้นอาจจำเป็นสำหรับระบบ PayPal ในการประมวลผลคำแนะนำจากคุณ (หรือเว็บไซต์ของคุณ) คุณต้องเก็บรหัสไว้อย่างปลอดภัยและปกป้องให้พ้นจากการถูกเปิดเผยไปยังบุคคลที่คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในนามของคุณในการติดต่อกับ PayPal คุณตกลงที่จะใช้มาตรการป้องกันที่สมเหตุสมผลตามที่แนะนำโดย PayPal เป็นครั้งคราวเพื่อปกป้องความปลอดภัยของรหัสระบุตัวตนเหล่านั้น ดูภาคผนวก 1 ประกอบ ถ้าคุณไม่สามารถปกป้องความปลอดภัยของรหัสได้ตามที่แนะนำ คุณจะต้องแจ้งให้ PayPal ทราบโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ PayPal สามารถยกเลิกและออกรหัสให้ใหม่ นอกจากนี้ PayPal ยังอาจยกเลิกและออกรหัสให้ใหม่ถ้ามีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าความปลอดภัยของรหัสตกอยู่ในความเสี่ยง และหลังจากที่ได้แจ้งให้คุณทราบเมื่อใดก็ตามที่สามารถแจ้งให้ทราบล่วงหน้าได้ตามสมควร
  3. ไม่มีการรับประกัน ผลิตภัณฑ์ของคุณและเอกสารประกอบทั้งหมดจัดไว้ให้แก่คุณ "ตามสภาพที่เป็นอยู่" ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต PayPal ไม่ได้ให้หรือเสนอการรับประกันใดๆ ทั้งโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย โดยผลบังคับแห่งกฎหมายหรืออื่นใด ตามที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของคุณ สำหรับซอฟต์แวร์ที่ได้รับอนุญาตหรือเอกสารผู้ใช้ที่จัดไว้ให้ ไม่มีสิ่งใดที่ PayPal จัดไว้ให้ภายใต้ข้อตกลงของบัตรนี้หรืออื่นใดสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณที่ได้รับอนุญาตจาก PayPal ให้รวมการรับประกัน และไม่มีข้อผูกมัดหรือความรับผิดใดๆ ที่จะเกิดขึ้นหรือเป็นผลจากการที่ PayPal ให้คำแนะนำหรือบริการทางเทคนิค การตั้งโปรแกรม หรือคำแนะนำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ที่ได้รับอนุญาตและเอกสารผู้ใช้ที่จัดไว้ให้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะบริการที่อาจช่วยคุณในการตั้งค่าผลิตภัณฑ์) PayPal ขอแนะนำให้คุณทดสอบการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดเนื่องจาก PayPal จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใดๆ ที่เกิดจากการใช้งานผลิตภัณฑ์
  4. ความเป็นเจ้าของข้อมูลและวัสดุสำหรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตขั้นสูงและช่องที่กำหนดเองสำหรับรายละเอียดบัตร ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการเข้าถึงและการใช้การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตขั้นสูงและ/หรือช่องที่กำหนดเองสำหรับรายละเอียดบัตร ผู้ค้าจะได้รับข้อมูลและวัสดุบางอย่าง ("วัสดุ") สำหรับใช้งานกับผลิตภัณฑ์ สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวัสดุยังคงเป็นทรัพย์สินของ PayPal หรือสถาบันผู้รับบัตรที่เกี่ยวข้อง (แล้วแต่ว่าเป็นกรณีใด) ผู้ค้าตกลงที่จะไม่ให้ โอน มอบหมาย ทำขึ้นใหม่ ขาย ขายต่อวัสดุ (บางส่วนหรือทั้งหมด) ให้กับบุคคลใด
  5. การเชื่อมโยงระบบที่โฮสต์โดย PayPal และทรัพย์สินทางปัญญาของคุณคุณได้มอบใบอนุญาตแบบปลอดค่าลิขสิทธิ์ ไม่ผูกขาดทั่วโลกให้แก่ PayPal ในการใช้ชื่อ รูปภาพ โลโก้ เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ และ/หรือชื่อทางการค้าของคุณหรือบริษัทในเครือตามที่คุณอาจมอบให้แก่ PayPal ในขณะที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ("เครื่องหมายของคุณ") เพื่อวัตถุประสงค์ในช่วยให้คุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ (รวมถึงไม่จำกัดการปรับแต่งผลิตภัณฑ์ที่โฮสต์ไว้) เพียงอย่างเดียวเท่านั้น กรรมสิทธิ์และความเป็นเจ้าของเครื่องหมายของคุณและค่าความนิยมทั้งหมดที่เกิดจากการใช้งานใดๆ ตามข้อตกลงนี้จะยังคงอยู่กับคุณ คุณรับรองและรับประกันว่าคุณมีอำนาจในการให้สิทธิ์แก่ PayPal ในการใช้เครื่องหมายของคุณและคุณจะชดใช้แก่ PayPal และทำให้ PayPal ได้รับการชดใช้อย่างเต็มที่และต่อเนื่องจากข้อเรียกร้องหรือการสูญเสียใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องหมายของคุณในกรณีที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

 

6. ข้อกำหนดของธนาคารสำหรับการทำรายการผ่านบัตร

PayPal ใช้บริการต่างๆ จากพันธมิตรด้านการธนาคารในการประมวลผลการทำรายการผ่านบัตร ซึ่งรวมถึงการชำระเงินจากบัตรโดยตรงให้คุณ และการทำรายการผ่านบัตรที่เป็นแหล่งเงินสำหรับการชำระเงินผ่าน PayPal ให้แก่คุณ ภาคผนวก 2 ด้านล่างมีผลบังคับใช้กับบริการเหล่านั้น ในการยอมรับข้อตกลงของบัตรนี้ คุณยังยอมรับข้อกำหนดในการทำรายการผ่านบัตรในภาคผนวก 2 ด้วย ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงของบัตรนี้

 

7. การยกเลิกและการระงับ

  1. โดยคุณ คุณสามารถยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้ได้โดยดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:
    1. ส่งหนังสือไปยังฝ่ายบริการลูกค้าของ PayPal ล่วงหน้า 30 วันเพื่อแจ้งความประสงค์ของคุณที่จะยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้ ฝ่ายบริการลูกค้าของ PayPal จะยืนยันการยกเลิกผ่านทางอีเมล ตัวเลือกนี้ช่วยให้คุณหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณและชำระเงินค่าผลิตภัณฑ์ แต่บัญชี PayPal ของคุณยังคงเปิดอยู่และสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป หรือ
    2. ปิดบัญชี PayPal ที่คุณใช้กับผลิตภัณฑ์ของคุณ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมในสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการ)
  2. โดยPayPal PayPal อาจยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้ได้ตามที่ต้องการโดยดำเนินการใดๆ ต่อไปนี้:
    1. แจ้งให้คุณทราบล่วงหน้า 30 วันถึงความประสงค์ของ PayPal ที่จะยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้ โดยส่งอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่คุณลงทะเบียนไว้ที่เชื่อมโยงกับบัญชี PayPal ของคุณ ตัวเลือกนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการของคุณและบัญชี PayPal ของคุณยังคงเปิดอยู่ เว้นแต่เมื่อระบุไว้เป็นอย่างอื่น
    2. ยกเลิกสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการที่มีผลบังคับใช้กับบัญชี PayPal ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ของคุณ
  3. โดยเหตุการณ์ PayPal อาจยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าถ้าคุณ:
    1. ละเมิดข้อตกลงของบัตรนี้หรือสัญญาสำหรับผู้ใช้งาน
    2. ไม่สามารถชำระเงินหรือปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของคุณได้เมื่อครบกำหนด
    3. ไม่สามารถชำระหนี้ของคุณ ยอมรับว่าคุณไม่สามารถชำระหนี้ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย
    4. มีการบังคับคดี การยึดทรัพย์ หรือการดำเนินการที่คล้ายคลึงกันต่อคุณหรือบังคับใช้กับคุณหรือสินทรัพย์ของคุณ หรือหากมีการออกคำสั่งให้อายัดทรัพย์จากคุณ
    5. กลายเป็นคนในบังคับของการร้องทุกข์ใดๆ ที่ยื่น คำสั่งศาลที่มีขึ้น หรือการลงมติสำหรับการชำระหนี้ การจัดการทรัพย์สิน การล้มละลาย หรือการยุบกิจการของคุณทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนที่สำคัญ ยกเว้นในกรณีที่มีการเสนอให้ควบกิจการเป็นบริษัทใหม่หรือการปรับโครงสร้างกิจการตามข้อกำหนดที่ PayPal อนุมัติไว้ก่อนหน้านี้
    6. สูญเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์และไม่จำกัดต่อสินทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนเนื่องจากการแต่งตั้งผู้รับ ผู้จัดการ ผู้ดูแลผลประโยชน์ ผู้ชำระบัญชี หรือเจ้าหน้าที่ที่คล้ายคลึงกัน
    7. เข้าทำหรือเสนอการประนอมหนี้หรือการจัดชำระหนี้กับเจ้าหนี้ของคุณ (หรือกลุ่มเจ้าหนี้ประเภทต่างๆ)
    8. มีการเปลี่ยนแปลงในทางลบที่สำคัญต่อธุรกิจ กิจการ หรือสภาวะทางการเงินของคุณ หรือ
    9. คุณให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในการสมัครใช้ผลิตภัณฑ์หรือในการติดต่อกับเรา
  4. ผลของการยกเลิก เมื่อข้อตกลงของบัตรนี้ถูกยกเลิก คุณจะต้องหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกยกเลิกโดยทันทีและ PayPal อาจป้องกันหรือขัดขวางไม่ให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์หลังการยกเลิก อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณยังใช้ผลิตภัณฑ์หลังการยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้แล้ว ข้อตกลงของบัตรนี้จะมีผลบังคับใช้กับการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นต่อไปจนกว่าคุณจะทำให้การยกเลิกมีผลโดยการหยุดใช้งานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของคุณ ข้อต่อไปนี้ในข้อตกลงของบัตรนี้จะคงอยู่ต่อไปหลังการยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้ และจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่ต่อไป: ข้อ 2, 5(a) และ 9 การยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้จะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิ์ การเยียวยา หรือภาระหน้าที่ของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่มีหนี้สินค้างจ่ายหรือหนี้สินที่ครบกำหนดชำระก่อนที่จะมีการยกเลิก และคุณจะไม่ได้รับการคืนเงินค่าธรรมเนียมรายเดือนใดๆ ที่ชำระไว้ก่อนที่จะมีการยกเลิก
  5. การละเมิดและการระงับ ถ้าคุณละเมิดข้อตกลงของบัตรนี้ สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการหรือข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่กำหนดโดย PCI DSS, PayPal อาจระงับการใช้งานผลิตภัณฑ์ของคุณทันที PayPal อาจกำหนดให้คุณต้องดำเนินการแก้ไขตามที่ระบุเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดและทำให้การระงับถูกยกเลิก แม้ว่าจะไม่มีสิ่งใดในข้อตกลงของบัตรนี้ที่ป้องกันไม่ให้ PayPal แสวงหาการเยียวยาอื่นใดที่อาจมีต่อการละเมิด นอกจากนี้ ถ้า PayPal มีข้อสงสัยอย่างสมเหตุสมผลว่าคุณอาจละเมิดข้อตกลงของบัตรนี้หรือ PCI DSS PayPal อาจระงับการใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณในระหว่างรอการตรวจสอบเพิ่มเติม

 

8. การป้องกันการฉ้อโกง

ถ้าคุณได้รับการเสนอและเลือกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์การป้องกันการฉ้อโกง ข้อกำหนดในภาคผนวก 3 ด้านล่างนี้จะบังคับใช้กับการใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวของคุณ

 

9. เบ็ดเตล็ด

  1. อนาคตของผลิตภัณฑ์ PayPal ยังคงมีดุลยพินิจแต่เพียงผู้เดียวและโดยสมบูรณ์ในการกำหนด
    1. แนวทางและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต
    2. การปรับปรุงใดๆ ที่จะดำเนินการต่อผลิตภัณฑ์รวมทั้งเวลาที่จะทำการปรับปรุงและ
    3. ว่าข้อบกพร่องจะได้รับการแก้ไขหรือไม่และได้รับการแก้ไขเมื่อใด รวมทั้งจะมีการแนะนำฟีเจอร์ใหม่หรือไม่
    4. PayPal ยินดีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้ในการวางแผนอนาคตของผลิตภัณฑ์แต่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามความคิดเห็นที่ได้รับ ถ้าคุณให้ความคิดเห็นแก่เรา คุณตกลงที่จะไม่เรียกร้องผลประโยชน์ในทรัพย์สินทางปัญญาจากความคิดเห็นของคุณ
  2. การชดใช้ คุณยอมรับที่จะชดใช้แก่ PayPal และทำให้ PayPal ได้รับการชดใช้อย่างเต็มที่และต่อเนื่องจากการสูญเสียโดยตรง ความเสียหาย และความรับผิด และจากการอ้างสิทธิ์ ข้อเรียกร้องหรือค่าใช้จ่ายใดๆ (รวมถึงค่าธรรมเนียมทนายความที่สมเหตุสมผล) ที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก (รวมถึงลูกค้าร่วม) และเกิดขึ้นจากการที่คุณละเมิดข้อตกลงของบัตรนี้ สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการและเอกสารที่รวมอยู่ในข้อตกลงและสัญญาดังกล่าวโดยการอ้างอิง (รวมถึงนโยบายการใช้บริการ) หรือการละเมิดกฎหมายใดๆ
  3. การมอบหมาย การแก้ไข และการสละสิทธิ์ คุณต้องไม่มอบหมายข้อตกลงของบัตรนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจาก PayPal ก่อน PayPal อาจมอบหมาย ทำขึ้นใหม่ หรือโอนข้อตกลงของบัตรนี้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากคุณโดยการแจ้งให้คุณทราบ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องไม่แก้ไขข้อตกลงของบัตรนี้หรือสละสิทธิ์ใดๆ ภายใต้ข้อตกลงนี้ ยกเว้นเมื่อจัดทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่ลงนามโดยทั้งสองฝ่าย
  4. กฎหมายที่บังคับและเขตอำนาจศาล ข้อตกลงของบัตรนี้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายของสิงคโปร์ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องยอมรับเขตอำนาจศาลที่ไม่มีอำนาจผูกขาดของศาลสิงคโปร์

 

10. คำจำกัดความ

คำศัพท์ที่เป็นตัวหนาที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อนี้มีคำนิยามอยู่ในสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการหรือข้างต้นในข้อตกลงของบัตรนี้

ก. สถาบันผู้รับบัตร: หมายถึง สถาบันการเงินหรือธนาคารที่ให้บริการแก่คุณเพื่อให้คุณสามารถ (ก) รับชำระเงินด้วยบัตรจากผู้ถือบัตร และ (ข) ได้รับมูลค่าที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการผ่านบัตร

ข. วันที่เปิดใช้งาน: วันที่ที่คุณทำตามขั้นตอนทั้งหมดสำหรับ "การเริ่มต้นใช้งาน" ตามที่ระบุไว้ในข้อ 1(ก) ข้างต้น

ค. AVS: ข้อมูลที่ส่งคืนโดย “ระบบตรวจสอบยืนยันที่อยู่” ซึ่งดำเนินการโดยหรือในนามของสถาบันการเงินผู้ออกบัตร ซึ่งจะเปรียบเทียบข้อมูลที่อยู่ที่ผู้ถือบัตรที่แท้จริงให้ไว้กับข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลบัตรของผู้ออกบัตร

ง. สถาบันการเงินผู้ออกบัตร: บริษัทหรือกลุ่มสถาบันการเงินที่ออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมการทำรายการผ่านบัตรที่เกี่ยวข้องกับบัตรที่มีแบรนด์ของบริษัทหรือกลุ่มสถาบันการเงินเหล่านั้นกำกับอยู่ ตัวอย่างเช่น (ถ้ามี) Visa สหรัฐอเมริกา, Visa ยุโรป, Visa ในภูมิภาคอื่นๆ, MasterCard International Incorporated, บริษัท American Express และองค์กรที่คล้ายคลึงกัน

จ. ข้อมูลบัตร: ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการผ่านบัตร รวมถึงข้อมูลที่บันทึกไว้ในบัตรโดยตรง (ไม่ว่าจะในรูปแบบที่มนุษย์สามารถอ่านได้หรือแบบดิจิทัล) พร้อมทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้ถือบัตร และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการประมวลผลการทำรายการผ่านบัตร

ฉ. การทำรายการผ่านบัตร: การชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเครดิต บัตร American Express หรือวิธีการชำระเงินอื่นใดโดยใช้สิ่งของที่มีข้อมูลอยู่ในนั้น ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้เก็บรักษาไว้ในความครอบครองของผู้ชำระเงิน ผลิตภัณฑ์สนับสนุนเฉพาะการทำรายการผ่านบัตรบางประเภทเท่านั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ PayPal

ช. ข้อมูล CVV2: ตัวเลขสามหลักที่พิมพ์ทางด้านขวาของหมายเลขบัตรในแถบลายเซ็นที่ด้านหลังบัตร (สำหรับบัตร American Express รหัสคือตัวเลขสี่หลักแบบไม่นูนที่พิมพ์เหนือหมายเลขบัตรที่ด้านหน้าของบัตร American Express) ข้อมูล CVV2 จะเชื่อมโยงกับบัตรพลาสติกแต่ละใบโดยไม่ซ้ำกัน และผูกหมายเลขบัญชีบัตรกับบัตรพลาสติก

ซ. การป้องกันการฉ้อโกง: เทคโนโลยีที่จัดไว้ให้โดย PayPal เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบการชำระเงินด้วยบัตรตามเกณฑ์ต่างๆ เช่น ที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงินของผู้ถือบัตร (บริการตรวจสอบยืนยันที่อยู่หรือ AVS) ข้อมูล CVV2 ของบัตร และฐานข้อมูลที่อยู่ที่น่าสงสัย หมายเลขระบุตัวตน และรูปแบบ ซึ่งเสนอให้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ฌ. ค่าธรรมเนียมรายเดือน: ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระเป็นรายเดือนตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ข้างต้น

ญ. เว็บไซต์ PayPal: หมายถึง www.paypal.com/sg

ฎ. PCI DSS: มาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน กล่าวคือ รายละเอียดที่กำหนดโดยสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเพื่อรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลในการทำรายการผ่านบัตร สามารถดูสำเนาของ PCI DSS ทางออนไลน์ได้ที่ https://www.pcisecuritystandards.org

ฏ. ลูกค้าร่วม: ผู้ที่มีทั้งบัญชี PayPal และเป็นลูกค้าของคุณด้วย

ฐ. สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการ: สัญญาที่ทำทางออนไลน์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทะเบียนออนไลน์ที่จำเป็นต่อการเปิดบัญชี PayPal สามารถอ่านสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการฉบับปัจจุบันได้จากลิงก์ที่ส่วนท้ายของเกือบทุกหน้าบนเว็บไซต์ PayPal โดยจะประกอบด้วยนโยบายบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการใช้บริการและนโยบายความเป็นส่วนตัว ซึ่งมีการระบุไว้บนเว็บไซต์ PayPal ด้วย

 

ภาคผนวก 1 – ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูล

ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูล

 

  1. ภาระหน้าที่เกี่ยวกับรหัสความปลอดภัยของผู้ค้า
    1. ผู้ค้ารับทราบและตกลงว่าเป็นตนผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมที่เพียงพอสำหรับ ID ทั้งหมด รหัสผ่าน หรือรหัสความปลอดภัยอื่นๆ (รวมเรียกว่า "รหัสความปลอดภัย") ที่ออกให้แก่ผู้ค้าโดย PayPal หรือสถาบันผู้รับบัตร
    2. ผู้ค้าตกลงที่จะจำกัดการใช้งานและการเข้าถึงรหัสความปลอดภัยของผู้ค้าสำหรับพนักงาน ตัวแทนหรือผู้รับเหมาของผู้ค้า ตามความจำเป็นอันสมควรต่อการอนุญาตให้ผู้ค้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องใดๆ และเพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลดังกล่าวปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในภาคผนวกนี้หรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยอื่นๆ ที่ PayPal หรือสถาบันผู้รับบัตรจัดไว้ให้ผู้ค้า (แล้วแต่ว่าจะเป็นกรณีใด)

 

  1. ผู้ค้ามีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูล
    1. ผู้ค้ารับทราบและตกลงว่าตนมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบนเว็บไซต์ของตนเองหรือในระหว่างการครอบครองหรือการควบคุมข้อมูลดังกล่าว
    2. ผู้ค้าตกลงที่จะดำเนินการต่อไปนี้ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และการรวบรวม การรักษาความปลอดภัยและการเผยแพร่ข้อมูลบนเว็บไซต์ของผู้ค้า:
      1. ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่บังคับใช้ทั้งหมด
      2. ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ กฎและคำแนะนำที่เกี่ยวข้องที่ออกโดย Visa สหรัฐอเมริกา, ยุโรป, เอเชียแปซิฟิก, แคนาดา และ Visa ในภูมิภาคอื่นๆ, MasterCard International Incorporated, บริษัท American Express หรือสถาบันการเงินผู้ออกบัตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และ "กฎของสถาบันการเงินผู้ออกบัตร" รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะโปรแกรมรักษาความปลอดภัยข้อมูลของผู้ถือบัตร Visa (CISP) โปรแกรมรักษาความปลอดภัยข้อมูลบัญชี Visa (AISP) โปรแกรมคุ้มครองข้อมูลบนไซต์ MasterCard และ PCI DSS สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยไปที่ URL ต่อไปนี้: www.visaeurope.com www.visaeurope.com/en/businesses__retailers/payment_security/overview.aspx และ https://www.mastercard.com/sdp
      3. PCI/DSS รวมถึงข้อกำหนดที่ผู้ค้าต้อง (และไม่จำกัดเพียง):
        1. ติดตั้งและบำรุงรักษาการกำหนดค่าไฟร์วอลล์เพื่อปกป้องข้อมูล
        2. ไม่ใช้ค่าเริ่มต้นที่ผู้ขายให้มาสำหรับรหัสผ่านของระบบและพารามิเตอร์ความปลอดภัยอื่นๆ
        3. ปกป้องข้อมูลที่จัดเก็บไว้
        4. เข้ารหัสการส่งข้อมูลของผู้ถือบัตรและข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไปยังเครือข่ายสาธารณะ
        5. ใช้งานและอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอย่างสม่ำเสมอ
        6. พัฒนาและบำรุงรักษาระบบและการใช้งานที่ปลอดภัย
        7. จำกัดการเข้าถึงข้อมูลตามที่จำเป็นต้องทราบในการทำธุรกิจเท่านั้น
        8. กำหนด ID ที่ไม่ซ้ำกันให้กับแต่ละบุคคลที่มีสิทธิ์เข้าใช้คอมพิวเตอร์
        9. จำกัดการเข้าถึงข้อมูลผู้ถือบัตรในเชิงกายภาพ
        10. ติดตามและตรวจสอบการเข้าใช้ทรัพยากรเครือข่ายและข้อมูลผู้ถือบัตรทั้งหมด
        11. ทดสอบระบบและกระบวนการรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และ
        12. จัดทำนโยบายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูล

        เมื่อ PayPal ร้องขอ ผู้ค้าจะต้องแสดงหลักฐานแก่ PayPal จนเป็นที่พอใจแก่ PayPal ว่าได้ปฏิบัติตาม PCI DSS ผู้ค้ารับทราบและตกลงว่าไม่มีอะไรในข้อตกลงของบัตรนี้หรือการที่ PayPal ที่จัดหาผลิตภัณฑ์ PayPal Website Payment Pro และ/หรือ Virtual Terminal ให้นั้นจะถือว่าผู้ค้าได้ปฏิบัติตาม PCI DSS ไม่ว่าจะโดยผ่าน "ผู้ประเมินความปลอดภัยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม" ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกหรือไม่ และจะไม่มีการนำเสนอบริการการปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าวภายใต้ขอบเขตของข้อตกลงของบัตรนี้ ผู้ค้าจะต้องออกแบบ บำรุงรักษา และดำเนินการเว็บไซต์และระบบอื่นๆ ของตนให้สอดคล้องกับ PCI DSS PayPal จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณในการปฏิบัติตาม PCI DSS ผู้ค้าตกลงที่จะจัดเตรียมหลักฐานอย่างอิสระโดยออกค่าใช้จ่ายเอง ที่ได้รับจาก ผู้ประเมินความปลอดภัยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม หรือจนเป็นที่พอใจของ PayPal ถ้าผู้ค้าไม่ได้เริ่มต้นการตรวจสอบความปลอดภัยภายใน 10 วันทำการนับแต่ที่ PayPal ร้องขอ PayPal อาจดำเนินการหรือขอรับการตรวจสอบดังกล่าวโดยผู้ค้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย PayPal อาจให้คำแนะนำแก่ลูกค้าร่วม ถ้า PayPal มีเหตุผลที่จะเชื่อว่าอาจกำลังมีการฉ้อโกงหรือกิจกรรมอื่นที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นแล้ว และถ้า PayPal มีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่าการฉ้อโกงหรือกิจกรรมอื่นที่ผิดกฎหมายอาจส่งผลกระทบต่อบัญชี PayPal ของลูกค้าร่วมเหล่านั้น

      4. ทำการสแกนหาจุดอ่อน (ทั้งรายไตรมาสหรือรายปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณการทำรายการรายปีของผู้ค้าตามที่ PayPal หรือสถาบันผู้รับบัตรได้แจ้งไว้แก่ผู้ค้า) ของพอร์ตที่สามารถเข้าถึงเว็บของผู้ค้าได้และทำการตรวจสอบ ณ สถานที่ถ้าผู้ค้าทำรายการผ่าน Visa และ/หรือ MasterCard/Maestro หกล้านครั้งต่อปี โดยจะต้องดำเนินการโดยผู้ประเมินความปลอดภัยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

        สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประเมินความปลอดภัยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมของ Visa และ MasterCard สามารถเข้าสู่ระบบได้ที่: http://www.mastercard.com/us/sdp/serviceproviders/compliant_serviceprovider.htmlหรือ https://www.pcisecuritystandards.org/pdfs/pci_qsa_list.pdf
      5. ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวไว้อย่างชัดเจนในเว็บไซต์ของผู้ค้าซึ่งสอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ กฎ และคำแนะนำที่อ้างถึงในวรรคย่อย 3(b) (i) และ 3 (b) (ii) และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ดี
      6. แจ้งให้ PayPal ทราบเกี่ยวกับตัวแทนใดๆ รวมถึงผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง, เกตเวย์, ตะกร้าสินค้า หรือผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลผู้ถือบัตร และตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวแทนดังกล่าวปฏิบัติตาม PCI DSS และภาระหน้าที่ทางกฎหมายในปัจจุบันทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การรักษาความปลอดภัย และการเผยแพร่ข้อมูลและการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ค้าจะต้องรับผิดชอบต่อ PayPal สำหรับความเสียหาย การสูญเสีย ค่าใช้จ่าย และ/หรือข้อเรียกร้องใดๆ และทั้งหมดที่กระทำต่อ หรือที่เกิดแก่ PayPal อัน เป็นผลจากการที่บุคคลภายนอกเหล่านั้นละเมิดภาระหน้าที่ภายใต้วรรคย่อยนี้
      7. ให้ข้อมูลหรือสิทธิ์การเข้าถึงบันทึกทั้งหมดตามที่จำเป็นแก่ PayPal เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ค้าปฏิบัติตามวรรค 3 นี้ และ
      8. แจ้งให้ PayPal ทราบทันทีที่มีการละเมิดความปลอดภัยบันทึกหรือระบบของผู้ค้าตามที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและ/หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ค้า
    3. ผู้ค้าตกลงที่จะไม่เก็บข้อมูลหมายเลขประจำตัวบุคคลใดๆ ข้อมูล AVS (บริการตรวจสอบยืนยันที่อยู่) หรือรหัสการตรวจสอบความถูกต้องของบัตร (เช่น ค่าตัวเลขสามหลักที่พิมพ์ลงในแถบลายเซ็นของบัตรส่วนใหญ่ และรหัสตัวเลขสี่หลักที่พิมพ์ที่ด้านหน้าของบัตร American Express) ของผู้ถือบัตรใดๆ หรือข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการชำระเงินอื่นใดของผู้ถือบัตร (ไม่ว่าจะได้รับทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางวาจา ทางแฟกซ์ เป็นสำเนาฉบับพิมพ์ หรืออื่นใด) และจะต้องรับผิดชอบค่าปรับใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหรือคำแนะนำของสถาบันการเงินผู้ออกบัตรใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
    4. ผู้ค้ารับทราบและตกลงว่าถ้า PayPal ได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการละเมิดความปลอดภัย หรือข้อมูลของผู้ถือบัตรที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้าตกอยู่ในความเสี่ยง ผู้ค้าจะอนุญาตให้ผู้สอบบัญชีที่เป็นบุคคลภายนอกซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันการเงินผู้ออกบัตรดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบ การควบคุม และสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้ค้า และเพื่อออกรายงานให้ PayPal และสถาบันการเงินผู้ออกบัตร ถ้าผู้ค้าไม่สามารถเริ่มต้นกระบวนการดังกล่าวได้หลังจากที่ PayPal ร้องขอให้ดำเนินการดังกล่าว ผู้ค้าจะอนุญาตให้ PayPal ดำเนินการดังกล่าวโดยผู้ค้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
    5. PayPal อาจระงับไม่ให้ผู้ค้าเข้าถึงหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ หรือยกเลิกข้อตกลงของบัตรนี้โดยทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบเมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ค้าอาจละเมิดหรือกำลังละเมิดข้อกำหนดใดๆ ที่ระบุไว้ในวรรค 3 นี้
    6. ถ้า PayPal ระงับไม่ให้คุณเข้าถึงหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ PayPal จะระบุไว้ในประกาศแจ้งให้ผู้ค้าทราบและอธิบายพื้นฐานการดำเนินการของ PayPal ในการระงับผู้ค้า รวมถึงมาตรการที่คำนวณไว้อย่างสมเหตุสมผลเพื่อแก้ไขการละเมิด การระงับไม่ให้ผู้ค้าเข้าถึงหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ ของ PayPal จะยังคงมีผลต่อไปจนถึงระยะเวลาที่ PayPal พึงพอใจว่าผู้ค้าได้แก้ไขการละเมิดที่เกี่ยวข้องแล้ว
  1. ภาระหน้าที่ของ PayPal ในการรักษาข้อมูลให้ปลอดภัย

    เมื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือบัตรที่มีข้อมูลการทำรายการที่ผู้ค้าส่งให้ PayPal, PayPal จะตรวจสอบให้แน่ใจตลอดเวลาว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยที่ได้นำมาใช้ในการจัดเก็บ การส่ง หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใด:

    1. เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่บังคับใช้ทั้งหมด และ
    2. ใช้การเข้ารหัสและวิธีการรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือดีกว่าตามที่เหมาะสมสำหรับการนำมาใช้โดยสถาบันการเงิน

 

  1. การใช้ข้อมูลผู้ถือบัตรโดยผู้ค้า
    1. ผู้ค้าตกลงที่จะใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลผู้ถือบัตรใดๆ ที่ได้รับจากการทำรายการผ่านบัตร (รวมถึงชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขบัญชีบัตรของผู้ถือบัตร) รวมถึงเพื่อวัตถุประสงค์ในการอนุมัติ ดำเนินการ และชำระบัญชีการทำรายการผ่านบัตรและระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการปฏิเสธชำระเงินหรือการตีคืนการชำระเงิน คำขอข้อมูลการเรียกเก็บเงินจากบัตร หรือปัญหาที่คล้ายคลึงกันที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการผ่านบัตรเท่านั้น ผู้ค้าจะสามารถประมวลผลข้อมูลผู้ถือบัตรในลักษณะที่แตกต่างจากที่ระบุไว้ในวรรคนี้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ค้าได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจาก PayPal และสถาบันการเงินผู้ออกบัตรที่เกี่ยวข้องแต่ละราย ธนาคารที่ออกบัตรและผู้ถือบัตร หรือเป็นไปตามคำสั่งศาลหรือตามที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    2. ผู้ค้าตกลงที่จะ:
      1. สร้างและรักษาการควบคุมที่เพียงพอสำหรับ จำกัดการเข้าใช้งาน และทำให้บันทึกทั้งหมดที่มีหมายเลขบัญชีผู้ถือบัตรและสิ่งที่พิมพ์อยู่บนบัตรไม่สามารถอ่านได้ก่อนที่จะลบทิ้ง
      2. ไม่ขายหรือเผยแพร่ข้อมูลผู้ถือบัตรใดๆ ที่ได้รับจากการทำรายการผ่านบัตรที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลหรืออย่างอื่น (รวมถึงชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขบัญชีบัตรของผู้ถือบัตร)
      3. ไม่เก็บรักษาหรือจัดเก็บข้อมูลแถบแม่เหล็กหรือสำเนาฉบับพิมพ์ที่มีข้อมูลผู้ถือบัตร (รวมถึงแฟกซ์) หลังจากที่ได้อนุมัติการทำรายการแล้ว และ
      4. ไม่ทำสำเนาลายเซ็นผู้ถือบัตรที่ได้รับทางอิเล็กทรอนิกส์ ยกเว้นเมื่อมีการร้องขอโดยเฉพาะจาก PayPal (ซึ่งผู้ค้าตกลงที่จะปฏิบัติตามเมื่อได้รับคำขอดังกล่าว)
    3. ผู้ค้ารับทราบว่ากฎของสถาบันการเงินผู้ออกบัตรห้ามมิให้ขายหรือเปิดเผยฐานข้อมูลที่มีหมายเลขบัญชีผู้ถือบัตร ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลการทำรายการอื่นๆ ของสถาบันการเงินผู้ออกบัตรให้กับบุคคลภายนอกในฐานะที่เป็นทรัพย์สินของธุรกิจที่ล้มเหลว ในกรณีดังกล่าว ผู้ค้าตกลงว่าจะมีการส่งคืนข้อมูลการทำรายการไปยังสถาบันผู้รับบัตรหรือมีการจัดส่งหลักฐานที่ยอมรับได้ของการทำลายข้อมูลนี้
    4. ผู้ค้าตกลงว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบและรับผิดต่อการปฏิบัติตามวรรคนี้โดยผู้ประมวลผลที่เป็นบุคคลภายนอก บริการโฮสติ้ง หรือตัวแทนอื่นๆ ของผู้ค้าที่ได้รับการว่าจ้างให้ทำการประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลผู้ถือบัตร ผู้ค้าตกลงที่จะแจ้งให้ PayPal ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงบุคคลภายนอกใดๆ ที่ได้รับการว่าจ้างโดยผู้ประมวลผลที่เป็นบุคคลภายนอก บริการโฮสติ้ง หรือตัวแทนอื่นๆ ก่อนที่ผู้ค้าจะทำการว่าจ้างบุคคลเหล่านั้น และแจ้งให้ PayPal ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมโดยทันทีเมื่อมีการเข้าถึงข้อมูลการทำรายการโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต
    5. เว้นแต่เมื่อผู้ค้าได้รับและได้บันทึกความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากผู้ถือบัตร:
      1. ห้ามไม่ให้ผู้ค้าเก็บ ติดตาม ตรวจสอบ หรือจัดเก็บข้อมูลบัตรใดๆ หรือใช้ข้อมูลบัตรนอกเหนือขอบเขตของการทำรายการใดๆ ที่ได้รับข้อมูลบัตรมา และ
      2. ผู้ค้าต้องลบข้อมูลบัตรทั้งหมดออกจากระบบของตนและสถานที่อื่นๆ ที่จัดเก็บข้อมูลบัตรไว้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ได้รับการตัดสินใจเกี่ยวกับการอนุมัติที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลบัตรดังกล่าว
    6. กรณีที่ผู้ถือบัตรยินยอมให้ผู้ค้าเก็บข้อมูลบัตรไว้ ผู้ค้าสามารถทำเช่นนั้นได้เฉพาะภายในขอบเขตที่ข้อมูลบัตรมีความจำเป็นสำหรับการประมวลผลการทำรายการชำระเงินเท่านั้น ผู้ค้าจะต้องไม่ให้หรือเปิดเผยข้อมูลบัตรที่เก็บไว้แก่ใครก็ตาม รวมทั้งที่เป็นส่วนหนึ่งของการขายธุรกิจของตนด้วย นอกจากนี้ และโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดที่ขัดแย้งกัน ผู้ค้าจะต้องไม่เก็บหรือเปิดเผยข้อมูล CVV2 แม้ว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตรก็ตาม

 

  1. การใช้ผู้ให้บริการทางเทคนิคของผู้ค้า
    1. ผู้ค้าอาจใช้ให้บุคคลภายนอกดำเนินการตามภาระหน้าที่บางอย่างของผู้ค้าตามที่ระบุไว้ในภาคผนวกนี้เมื่อได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดแจ้งจากเรา ซึ่งอาจมีเงื่อนไขบางอย่างเกี่ยวกับการใช้บุคคลดังกล่าวโดยผู้ค้า (เรียกแต่ละฝ่ายว่า "ผู้ให้บริการทางเทคนิค") เพื่อให้มีสิทธิ์ได้รับความยินยอม ผู้ให้บริการทางเทคนิคแต่ละรายจะต้อง (เหนือสิ่งอื่นใด) ได้รับการจดทะเบียนกับสถาบันการเงินผู้ออกบัตรที่เกี่ยวข้อง
    2. ถ้าผู้ค้าได้รับอนุญาตให้ใช้ผู้ให้บริการทางเทคนิค ผู้ค้าตกลงและจะรับรองว่าผู้ให้บริการทางเทคนิคจะปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศตามที่ระบุไว้ในภาคผนวกนี้ (รวมถึงโดยไม่จำกัดเฉพาะข้อกำหนด PCI DSS) ที่มีผลบังคับใช้ต่อการจัดเก็บ การประมวลผล หรือการส่งข้อมูลผู้ถือบัตรไปยัง PayPal
    3. ก่อนหรือนับจากวันแต่งตั้งผู้ให้บริการทางเทคนิค ผู้ค้าตกลงที่จะ:
      1. แจ้งให้ PayPal ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงรายละเอียดของผู้ให้บริการทางเทคนิคที่ได้รับการว่าจ้าง หรือเสนอที่จะว่าจ้างให้ทำการประมวลผล จัดเก็บ หรือส่งข้อมูลผู้ถือบัตรในนามของผู้ค้า โดยไม่คำนึงถึงลักษณะหรือระยะเวลาของกิจกรรมดังกล่าว
      2. แสดงหลักฐานที่น่าพอใจแก่ PayPal ว่าผู้ให้บริการทางเทคนิคได้รับการจดทะเบียนกับสถาบันการเงินผู้ออกบัตรที่เกี่ยวข้อง
      3. ปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการทางเทคนิค รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการปฏิบัติตามข้อกำหนดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการ ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ของผู้ให้บริการทางเทคนิค และขอความยินยอมจากผู้ใช้ปลายทางที่จำเป็นสำหรับการส่งข้อมูลผ่านทางผู้ให้บริการทางเทคนิค และ
      4. ตามดุลยพินิจของ PayPal ทำการอนุญาตให้ PayPal ลงทะเบียนผู้ค้ากับผู้ให้บริการทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง (ตามที่จำเป็น)
    4. ผู้ค้าตกลงว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการทางเทคนิคแต่เพียงผู้เดียวและข้อมูลใดๆ ที่ส่งไปยังผู้ให้บริการทางเทคนิค ความล้มเหลวของผู้ค้าที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในวรรค 7 นี้ หรือความล้มเหลวของผู้ให้บริการทางเทคนิคหรือผู้ประมวลผลเกตเวย์ในการลงทะเบียนและ/หรือปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจส่งผลให้ผู้ค้าถูกปรับหรือได้รับโทษปรับ PayPal อาจยุติข้อตกลงของบัตรนี้ทันทีเมื่อผู้ค้าละเมิดวรรค 7 นี้

 

ภาคผนวก 2 – ข้อตกลงของบัตร

ข้อตกลงของบัตร


PayPal ใช้บริการต่างๆ จากบุคคลภายนอกเพื่อประมวลผลการทำรายการผ่านบัตร ข้อตกลงของบัตรที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ https://www.paypal.com/al/webapps/mpp/ua/ceagreement-full?locale.x=en_AL (สัญญาการใช้บริการสำหรับองค์กรเชิงพาณิชย์สำหรับบริการประมวลผลที่ได้รับการชำระเงินด้วยบัตร PayPal)

 

ภาคผนวก 3 – ข้อกำหนดในการป้องกันการฉ้อโกง

ข้อกำหนดในการใช้งานฟังก์ชันการป้องกันการฉ้อโกง

  1. วิธีการทำงานของการป้องกันการฉ้อโกง
    1. คุณสามารถใช้การป้องกันการฉ้อโกงเป็นเครื่องมือจัดการการทำรายการที่ฉ้อโกงเพื่อช่วยให้คุณสามารถคัดกรองการทำรายการที่อาจฉ้อโกงได้ตามการตั้งค่าที่คุณใช้ในการป้องกันการฉ้อโกง เครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณตั้งค่ากฎการกรอง กล่าวคือ เพื่อบอกให้เราทราบว่าการทำรายการใดที่เครื่องมือนี้ควรจะปฏิเสธในนามของคุณตามเกณฑ์ที่เป็นนามธรรม ในการใช้การป้องกันการฉ้อโกง คุณจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเราเพื่อเปิดใช้งานการป้องกันการฉ้อโกงตลอดเวลา
    2. เราอาจให้คำแนะนำว่าตัวกรองและการตั้งค่าใดที่ควรใช้ในการป้องกันการฉ้อโกงที่อาจเหมาะสมกับธุรกิจของคุณ คำแนะนำเหล่านี้จะคำนึงถึงประวัติการทำรายการที่ผ่านมาของคุณ
    3. โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่กล่าวข้างต้น คุณเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและตั้งค่ากฎการกรองขั้นสุดท้าย
  2. ไม่มีการรับประกันและการจำกัดความรับผิด
    1. เราไม่รับรองหรือรับประกันว่าการป้องกันการฉ้อโกงจะไม่มีข้อผิดพลาดหรือจะตรวจพบกิจกรรมการทำรายการที่อาจมีการฉ้อโกงได้ทั้งหมด เครื่องมือนี้เป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยคุณในการระบุการทำรายการที่อาจมีการฉ้อโกงเท่านั้น
    2. เราไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียของคุณ (เช่น การสูญเสียกำไร) หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้การป้องกันการฉ้อโกง จนถึงขอบเขตที่กฎหมายที่บังคับใช้อนุญาตไว้
  3. การคุ้มครองข้อมูล
    1. คุณสามารถใช้การป้องกันการฉ้อโกงเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการความเสี่ยงจากการฉ้อโกงของคุณเท่านั้น และไม่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด
    2. คุณต้องไม่แบ่งปันการใช้การป้องกันการฉ้อโกงกับบุคคลอื่นใด และต้องไม่เปิดเผยหมวดหมู่ต่างๆ ในการป้องกันการฉ้อโกงหรือผลที่เกิดขึ้นจากการใช้งานการป้องกันการฉ้อโกงของคุณแก่บุคคลใด
  4. เบ็ดเตล็ด
    1. แม้ว่าคุณจะได้ทำการตั้งค่าไว้ในการป้องกันการฉ้อโกง เราขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธหรือระงับการทำรายการใดๆ ตามข้อกำหนดของสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการเสมอ
    2. ข้อกำหนดเหล่านี้เป็นส่วนเพิ่มเติมจากสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการที่ควบคุมการใช้บริการของเราโดยทั่วไป คำว่าบริการของ PayPal ในสัญญาสำหรับผู้ใช้บริการเมื่ออ่านร่วมกับข้อกำหนดเหล่านี้หมายรวมถึงการป้องกันการฉ้อโกงด้วย เมื่อสามารถนำมาใช้ได้
    3. เราอาจแก้ไข ลบ หรือเพิ่มข้อกำหนดเหล่านี้ตามขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงที่ระบุไว้ในข้อตกลงของบัตร ถ้าคุณไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง คุณสามารถยกเลิกข้อกำหนดเหล่านี้ได้
    4. คุณสามารถยกเลิกข้อกำหนดในภาคผนวก 3 นี้เมื่อใดก็ได้โดยลบการป้องกันการฉ้อโกงออกจากการเชื่อมโยงระบบของคุณ และทำตามขั้นตอนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงระบบซึ่งเราสามารถทำให้คุณใช้งานได้ การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณหยุดใช้การป้องกันการฉ้อโกง แต่บัญชี PayPal ของคุณยังคงเปิดอยู่และข้อตกลงของบัตร (และข้อตกลงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของ PayPal ให้แก่คุณ) ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป
    5. เราอาจยุติ ยกเลิก หรือระงับผลิตภัณฑ์ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม (เมื่อสามารถทำได้) โดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างสมเหตุสมผล ตามขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการฉ้อโกงของเราโดยไม่ต้องรับผิดต่อคุณ
    6. ข้อกำหนดเหล่านี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป และนานตราบเท่าที่เราจำเป็นต้อง: (i) จัดการกับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้การป้องกันการฉ้อโกงของคุณก่อนการยกเลิก และ/หรือ (ii) ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎข้อบังคับต่างๆ ที่บังคับใช้